ข่าวดี! สำหรับคนที่ซื้อและโอนบ้านหรือคอนโดมิเนียมไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่หรือบ้านมือสอง แต่ต้องเป็นการซื้อบ้านหลังแรกในราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนถึง 31 ธันวาคม 2562 สามารถนำเงินจากการซื้อบ้านไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ 200,000 บาท เลยทีเดียว ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ เพื่อพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ชะลอตัวลงในช่วงที่เปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ หนึ่งในนั้นก็คือมาตรการกระตุ้นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง หลักเกณฑ์มาตรการภาษี กระตุ้นซื้อบ้าน -เป็นบ้านหลังแรก ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท และต้องใช้เป็นที่อยู่อาศัย -ซื้อและโอนตั้งแต่ 30 เมษายน-31 ธันวาคม 2562 -ได้ทั้งบ้านหรือคอนโดใหม่หรือมือสอง -ไม่รวมการทำสัญญาซื้อขายที่ดินและสัญญาจ้างปลูกสร้างอาคารแยกจากกัน -ผู้ซื้อต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยมาก่อน -ต้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันโอนกรรมสิทธิ์ เว้นแต่ตายหรืออสังหาริมทรัพย์สิ้นสภาพไปทั้งหมด ลดหย่อนภาษีได้เงินคืน 1-7 หมื่นบาท ผู้ซื้อบ้านหรือคอนโดตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะสามารถนำเงินจากการซื้อบ้านหรือคอนโดไม่เกิน 200,000 บาท มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ซึ่งใครจะได้ประโยชน์มากหรือน้อยก็ต้องขึ้นอยู่กับอัตราภาษีที่ต้องจ่ายต่อปี และราคาบ้านที่จะซื้อ ผู้มีเงินได้มากก็จะได้ลดภาษีมาก ผู้ที่มีเงินได้น้อยก็จะได้ลดภาษีน้อยตามนี้ครับ ผู้มีเงินได้ไม่ถึง 150,000 ต่อปี จะได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งจะไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ ผู้มีเงินได้ 150,001-300,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 12,500-25,000 บาท จะต้องจ่ายภาษี 5% ของเงินได้สุทธิ เมื่อเอาค่าบ้านหรือคอนโดไปหักลดหย่อน 200,000 บาท จะได้รับคืนภาษี 10,000 บาท ผู้มีเงินได้ 300,001-500,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 25,000-41,500 บาท จะต้องจ่ายภาษี 10% ของเงินได้สุทธิ เมื่อเอาค่าบ้านหรือคอนโดไปหักลดหย่อนจะได้รับคืนภาษี 20,000 บาท ผู้มีเงินได้ 500,001-750,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 41,500-62,500 บาท จะต้องจ่ายภาษี 15% ของเงินได้สุทธิ เมื่อเอาค่าบ้านหรือคอนโดไปหักลดหย่อนจะได้รับคืนภาษี 30,000 บาท มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ผู้มีเงินได้ 750,001-1,000,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 62,500-83,000 บาท จะต้องจ่ายภาษี 20% ของเงินได้สุทธิ เมื่อเอาค่าบ้านหรือคอนโดไปหักลดหย่อนจะได้รับคืนภาษี 40,000 บาท ผู้มีเงินได้ 1,000,001-2,000,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 83,000-165,000 บาท จะต้องจ่ายภาษี 25% ของเงินได้สุทธิ เมื่อเอาค่าบ้านหรือคอนโดไปหักลดหย่อนจะได้รับคืนภาษี 50,000 บาท ผู้มีเงินได้ 2,000,001-5,000,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 165,000-416,000 บาท จะต้องจ่ายภาษี 30% ของเงินได้สุทธิ เมื่อเอาค่าบ้านหรือคอนโดไปหักลดหย่อนจะได้รับคืนภาษี 60,000 บาท ผู้มีเงินได้มากกว่า 5,000,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 416,000 บาทขึ้นไป จะต้องจ่ายภาษี 35% ของเงินได้สุทธิ เมื่อเอาค่าบ้านหรือคอนโดไปหักลดหย่อนจะได้รับคืนภาษี 70,000 บาท ซื้อบ้านราคาเท่าไหร่ ได้ส่วนลดแค่ไหน คราวนี้มาดูกันว่า รัฐบาลให้เงินคืนภาษีซึ่งถือเป็นส่วนลดที่รัฐจัดให้ในการซื้อบ้านจะได้มากน้อยแค่ไหนจากมาตรการภาษีตัวนี้ สมมุติว่า ถ้าเรามีรายได้อยู่ที่ 150,001-300,000 บาทต่อปี มีอัตราภาษีที่ 5% ซื้อบ้านราคา 8 แสนบาท ได้เงินคืนภาษี 10,000 บาท เท่ากับว่าเราได้ส่วนลด 1.25% จากราคาบ้าน ถ้าเป็นคนที่มีรายได้สูงเสียภาษีเยอะ แต่ซื้อบ้านถูกๆ ก็จะยิ่งได้ส่วนลดเยอะ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง คนมีรายได้ 5 ล้านบาทต่อปีคงไม่มีใครบ้านซื้อบ้านราคา 8 แสนบาท หรือ 1 ล้านบาทอยู่กันหรอกว่ามั๊ย ลองมาไล่ดู ราคาบ้านที่สามารถซื้อได้ตามระดับรายได้ และผลประโยชน์เทียบเป็นส่วนลดที่คาดว่าจะได้รับตามระดับราคาและอัตราภาษีของผู้ซื้อบ้านกันครับ โดยจะใช้เครื่องคำนวณสินเชื่อบ้าน(ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา) ประเมินจากรายได้ต่อเดือนแล้วหักด้วยภาระหนี้ต่อเดือนที่ขอตั้งเป็นตุ๊กตาไว้ที่ 30% ของรายได้ จะได้ความสามารถในการกู้เงินในการซื้อบ้านเป็นฐานในประเมินราคาบ้านซึ่งจะบวกอีก 10%(เงินดาวน์) ของเงินที่สามารถกู้ได้ สำหรับผู้มีเงินได้ 150,001-300,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 12,500-25,000 บาท กลุ่มที่มีรายได้ 12,500 บาทต่อเดือนอาจจะยังไม่สามารถขอสินเชื่อได้ หรือได้ไม่พอซื้อบ้าน-คอนโดในปัจจุบันครับ โดยจะต้องมีรายได้ในระดับ 20,000 บาทอัพ (ภายใต้เงื่อนไขมีภาระหนี้ 30% ต่อเดือน) ถึงจะสามารถกู้เงินซื้อบ้านได้ในราคาประมาณ 1 ล้านบาทบวกลบ แต่ถ้าไม่มีภาระหนี้เลยรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ก็อาจจะกู้ซื้อบ้านได้แต่ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละสถาบันการเงิน ส่วนคนที่มีรายได้เต็มเพดานของอัตราภาษี 5% คือ เดือนละ 25,000 บาทจะสามารถซื้อบ้านได้ถึง 1.5 ล้านบาทโดยประมาณ คนกลุ่มนี้จะได้เงินคืนภาษี 10,000 บาท เท่ากับได้ส่วนลด 1% ถ้าซื้อบ้านราคา 1 ล้านบาท และส่วนลด 0.66% ถ้าซื้อบ้านราคา 1.5 ล้านบาท มาตรการกระตุ้นอสังหา ผู้ซื้อบ้านที่มีเงินได้ 300,00-500,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 25,000-41,500 บาท สามารถกู้ซื้อบ้านได้ถึงราคา 2-2.5 ล้านบาท โดยประมาณ กลุ่มนี้จะได้เงินคืนภาษีจากการนำเงินซื้อบ้านจำนวน 200,000 บาท ไปหักลดหย่อนภาษี 20,000 บาท ถ้าบ้านราคา 2 ล้านบาท เท่ากับว่าจะได้ส่วนลด 1% บ้านราคา 2.5 ล้านบาท ได้ส่วนลด 0.8% ผู้มีเงินได้ 500,001-750,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 41,500-62,500 บาท มีความสามารถกู้ซื้อบ้านได้ถึงราคา 3-3.5 ล้านบาท กลุ่มนี้จะได้เงินคืนภาษี 30,000 บาท ถ้าซื้อบ้าน 3 ล้านบาทจะได้ส่วนลด 1% แต่ถ้าซื้อในราคา 3.5 ล้านบาทจะได้ส่วนลด 0.85% ผู้มีเงินได้ 750,001-1,000,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 62,500-83,000 บาท สามารถกู้ซื้อบ้านได้ถึงราคา 4-4.5 ล้านบาท กลุ่มนี้จะได้เงินคืนภาษี 40,000 บาท บ้านราคา 4 ล้านบาทเท่ากับได้ส่วนลด 1% ถ้าซื้อราคา 4.5 ล้านบาท จะได้ส่วนลด 0.88% ส่วนกลุ่มที่เหลือทั้งหมดสามารถกู้บ้านได้ในราคาเกิน 5 ล้านบาท แต่เงื่อนไขการขอคืนภาษีจากการซื้อบ้านราคาต้องไม่เกิน 5 ล้านบาท เท่ากับว่าจะได้ส่วนลดตั้งแต่ 1-1.4% ถ้าซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาท หรือได้ส่วนลด 1.11-1.55% ถ้าซื้อบ้านในราคา 4.5 ล้านบาท หรือถ้าซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาทจะได้ส่วนลด 1.66-2.33% พอสรุปได้ว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ โดยการนำเงินจากการซื้อบ้าน-คอนโด 2 แสนบาท ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ จะเท่ากับได้ส่วนลดจากการซื้อบ้านในระดับ 0.5-1.5% โดยประมาณ คนที่มีรายได้สูงจะได้ผลประโยชน์ที่มากกว่าคนที่มีรายได้ปานกลางและมีรายได้น้อย แม้มาตรการจะไม่เปรี้ยงปร้าง แต่ก็ถือว่า ยังดีกว่าไม่ได้ครับ ขอบคุณ : PROPERTY MENTOR BY WARAPONG

ลงทะเบียนรับข่าวสาร

และข้อมูลโปรโมชั่นดีๆก่อนใคร! จาก VipGroups